food

การออกกำลังกายและการทานอาหารให้เหมาะสม

เรื่องของสุขภาพนั้นถือเป็นเรื่องที่ทุกคนจำเป็นจะต้องให้ความใส่ใจเป็นอย่างมาก เพราะว่าร่างกายของคนเราเปรียบเสมือนสิ่งที่จะต้องอยู่กับเราตลอดชีวิต หากว่าร่างกายมีความแข็งแรงไม่มีการเจ็บไข้ได้ป่วยนั่นก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดี เป็นของขวัญที่ดีให้กับชีวิต แต่ถ้าหากใครที่มีสุขภาพร่างกายย่ำแย่ก็จะส่งผลเสียในหลายๆ ด้านต่อชีวิต การออกกำลังกายและการทานอาหารจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้สภาพร่างกายนั้นยังคงมีความแข็งแรงและทำสิ่งต่างๆ ได้ต่อไป การรู้จักทำให้เกิดความเหมาะสมจึงถือเป็นสิ่งที่ควรทำเป็นอย่างยิ่ง

เริ่มต้นกันที่การออกกำลังกาย โดยธรรมชาติแล้วใน 1 สัปดาห์นั้นคนเราควรที่จะต้องมีการออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 30 นาทีเป็นอย่างต่ำเพื่อให้ร่างกายได้รู้สึกว่ามีการเผาผลาญสิ่งต่างๆ ออกจากร่างกายไปเสียให้หมด เพราะในวันๆ หนึ่งนั้นคนเราต่างก็ต้องทำกิจกรรมต่างๆ มากมาย การได้ออกกำลังกายจึงเหมือนกับเป็นการผ่อนคลายไปในตัวด้วย ซึ่งการออกกำลังกายที่ว่านั้นก็ขึ้นอยู่กับตัวบุคคลว่าชื่นชอบในกรออกกำลังกายแบบไหนก็เลือกให้เหมาะสมกับตัวเอง บางคนชอบเล่นกีฬา, ชอบเต้นแอโรบิค, ฟิตเนส หรืออื่นๆ ก็สามารถทำได้เพียงแต่ว่าเราต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจนและมีการศึกษาในเรื่องของการออกกำลังกายประเภทต่างๆ มาเป็นอย่างดีด้วยเช่นเดียวกัน เพราะนอกจากได้เหงื่อ ปอดและหัวใจรวมถึงกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ จะได้ทำงานแล้ว มันก็ควรที่จะต้องทำงานอย่างมีประสิทธิภาพด้วย

wodp

แน่นอนว่าเมื่อมีเรื่องของการออกกำลังกายแล้ว เรื่องของอาหารการกินก็มีส่วนสำคัญไม่น้อยที่จะทำให้การออกกำลังกายของเรานั้นประสบผลสำเร็จ พูดง่ายๆ ก็คือต่อให้ออกกำลังกายหนักแค่ไหนแต่ถ้าหากยังไม่รู้จักการทานอาหารที่ถูกวิธีตรงส่วนนั้นสิ่งที่ได้ทำไปก็อาจจะไม่ค่อยมีประโยชน์สักเท่าไหร่นัก โดยการเลือกทานอาหารที่ดีควรปฏิบัติดังนี้

  1. งดทานอาหารหวาน หรือ อาหารที่มีรสจัดหลากหลายประเภท
  2. ไม่ทานอาหารที่มีไขมันหรือคลอเรสเตอรอลสูง รวมไปถึงการทานอาหารประเภทแป้งมากเกินไปก็อาจจะทำให้กลายเป็นน้ำตาลสะสมในร่างกายได้
  3. ทานโปรตีนให้เยอะแต่ก็ควรเลือกทานจากเนื้อสัตว์แบบไม่ติดหนัง
  4. ทานอาหารประเภทวิตามินและเกลือแร่ให้มากๆ เพื่อที่ร่างกายจะได้มีการเผาผลาญที่ดีเวลาออกกำลังกาย
  5. ดื่มน้ำสะอาดให้มากๆ ละเว้นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ น้ำอัดลม หรือน้ำหวานที่มีส่วนผสมของน้ำตาลทั้งหลาย
  6. มีการจัดสัดส่วนการทานอาหารอย่างเหมาะสม ไม่ทานอาหารก่อนหรือหลังออกกำลังกายเสร็จใหม่ๆ และรู้จักเวลาที่ถูกต้องที่ควรทานอาหาร